DNF
สนามนี้ขออนุญาตเอาตอนจบมาเล่าก่อนนะคะ
ผลสรุปการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจักรยานล้ม ตาม Radiology Report ของ CT Right Shoulder (3D) คือ
- comminuted fracture involving upper right scapular wing. anterior and inferior glenoid with some displacement.
- focal depressed fracture at right acromion, nearly involving AC joint.
- suspected subtle incomplete fracture at right lateral 4th rib.
งานนี้เจ็บและไม่จบ DNF ไปแบบหมดสิทธิ์ไปต่อ ในหัวแว่บตอนแรกกะว่าถ้ารถเสียก็น่าจะเดินทัน แต่พอแขนไม่ยอมยืดลงมาข้างตัวก็พอจะรู้แล้วว่าอาการหนัก ทำใจได้เลยว่าไม่ได้ไปต่อแน่ๆ
สรุปจากคุณหมอทั้งสองประเทศว่า กระดูกแตกหลายจุด แต่ไม่เคลื่อนออกจากกันมากนัก ไม่ต้องผ่าตัด ส่วนแผลก็ไม่ต้องเย็บ เพราะเป็นแบบถลอกหมูแดงที่ไหล่ขวา ศอกขวาและเข่าขวา แต่คงต้องงดซ้อมไปพักนึง ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่เป็นห่วงนะคะ ตอบข้อความกันไม่ทันเลยทีเดียว ถ้ายังไม่ได้ตอบใคร ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ

สำรวจความเสียหายแล้ว เจ้าสีนิล Trek Speed Concept 2018 ไม่เป็นไรมาก เสียหายตรง Di2 bar-end shifter ถูกับพื้นถนนซึ่งหยาบมากๆ จนสึกหายไป มือเบรคขวาก็เช่นกัน สึกจนถึงส่วนที่เป็นโลหะ ชุด Shimano Ultegra Di2 นี้ ก่อนแข่งพี่นที (Probike) ลงทุนลงแรงไปหารุ่นล่าสุดที่ขาดตลาดมาให้จากสิงคโปร์ ต้องขอขอบคุณและขออภัยพี่นทีเป็นอย่างสูงค่ะ ทำพังซะแล้ว ทำงานได้แบบไม่มีที่ติตลอดทาง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงหรือทางขรุขระ เปลี่ยนเกียร์ได้เสมอและได้ไวแบบไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องลุ้น จนโค้งสุดท้ายนี่ละค่า
ส่วน Helmet รับเคราะห์หนักสุด ด้านข้างขวาค่อนไปทางด้านหลังรับไว้เต็มๆ วินาทีนั้นรู้สึกขอบคุณที่ได้ใช้หมวกตัว Top อันนี้ต้องขอบคุณพี่กอล์ฟ แห่ง AJ Plast เป็นอย่างสูงค่าาา ต่อไปนี้จะไม่ออกปั่นโดยไม่มี Helmet บนศีรษะแน่นอน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลาจริงๆ นะ ส่วนเสื้อแข่งตัวใหม่สี Hi-vis โดนตัดขาดเป็นชิ้นๆ กระจุยกระจายตั้งแต่รถพยาบาลมารับ แต่ยังเก็บใส่ถุงมาคืนให้พร้อมแว่นตา Swans ปรับแสงคู่ใจและอื่นๆ ครบ ขาดไปแต่ Garmin Edge 800 ผู้ซื่อสัตย์ สงสัยนอนจมฝุ่นภูเขาไฟอยู่ข้างทางไปแล้ว
ได้นอน ICU ที่ Lanzarote ดูอาการไป 3 คืน คืนแรกน้องๆ พยาบาลไม่ให้ทานน้ำ เพราะเผื่อต้องผ่าตัด เศร้ามากเพราะปั่นมา 175 กม. ต้องมาอดน้ำต่อทั้งคืน คุยกับคุณหมอแกบอกว่าวันแข่งปีนี้ที่โรงพยาบาลค่อนข้างเงียบ ปีที่มีฝนตกจะเหนื่อยหน่อย แต่ทางเค้าพร้อมมาก เพราะมากันทุกปี (แว้กกก ถ้าหนูแข่ง ปีหน้าหนูไม่มาแล้วนะค๊าาาา)
ทะเลใส วิวสวย หาดทรายละเอียด ลมแรง เดินทางไกล แดดจัด
พูดถึงชื่อ Lanzarote หลายๆ คน โดยเฉพาะนักกีฬาอาวุโสสักหน่อย จะทราบว่าเป็นสถานที่เก็บตัวซ้อม ของนักไตรกีฬาแถบยุโรปในช่วงหน้าหนาวมานานหลายยุคหลายสมัย เนื่องจากภูมิอากาศที่อบอุ่นกว่าในยุโรป คือประมาณ 15 C ซึ่งพวกเราๆ บางคนอาจจะยังว่าหนาวอยู่ดี กับเส้นทางจักรยานที่สวยงาม ที่พักและอาหารราคาไม่แพงมากนัก
บ้านพักแถวใกล้ๆ หาดนี้ ถ้าไม่เป็นโรงแรมก็เป็นบ้านพักตากอากาศแบบวิลล่าเล็กๆ เป็นส่วนมาก ตกแต่งแข่งกันสวยงาม ถนนหนทางสะอาดเรียบร้อย ปลอดภัยกว่าเมืองใหญ่ๆ ในสเปนมาก

สำหรับการแข่งขัน Ironman Lanzarote นั้น จัดต่อเนื่องกันมา ปีนี้นับเป็นปีที่ 27 แล้ว เรียกว่าจัดกันมาตั้งแต่ Race Director ยังเดินได้คล่อง ตอนนี้ลุง Kenneth Gasque แกเดินไม่ค่อยไหว ต้องปล่อยให้ผู้ช่วยมือขวามาทำหน้าที่ Brief นักกีฬาแทน ตามประวัติบอกว่า ลุง Kenneth แกเป็นนักไตรกีฬาเหมือนพวกเรา ทำงานที่ Club la Santa ตั้งแต่คลับเปิดในปี 1983 แต่ที่ไม่เหมือนพวกเราคือ แกไปแข่งสนาม Kona มาเมื่อปี 1985 แล้วได้แรงบันดาลใจจากหินภูเขาไฟทั้งหลาย อีกไม่กี่ปีต่อมา ลุงก็เริ่มจัด Ironman Lanzarote

สนามนี้ยังติดอันดับในเรื่องความโหด จากการจัดอันดับของหลายๆ สำนักด้วยนะ เช่น redbull.com220triathlon.comironman.com
Lanzarote เป็นเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ Canary Islands ซึ่งเป็นของประเทศสเปน แต่ห่างออกมาจากสเปนมาก บินจาก Madrid ใช้เวลาเกือบๆ 4 ชั่วโมง ที่จริงชายฝั่งประเทศโมร็อกโคใกล้กว่า คือห่างไปทางตะวันออกแค่ 100 กม. เท่านั้น เกาะ Lanzarote เป็นเกาะภูเขาไฟ มีปล่องภูเขาไฟเก่ากระจายอยู่ทั่ว มีที่โล่งที่พื้นคลุมไปด้วยหินแตกๆ อยู่ตลอดสองข้างทาง เรื่องลมไม่ต้องพูดถึง จะเห็นธงปลิวสะบัดทั้งวันทั้งคืน
บริเวณจัดงานอยู่ที่เมือง Puerto del Carmen ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของเกาะ มีโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า ตามถนนเลียบหาดค่อนข้างหนาแน่น มีร้านจักรยานหลายร้าน พอจะหาความช่วยเหลือได้ถ้ารถจักรยานมีปัญหา ข้อสำคัญคือมีจักรยานให้เช่าด้วย อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ดี คนที่ทำงานแถวหน้าหาดนี่พูดภาษาอังกฤษได้เป็นส่วนมาก นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษก็ดูเหมือนจะเยอะที่สุดด้วย
Club la Santa
อยู่ห่างจาก Puerto del Carmen เกือบ 30 กม. นักกีฬาต้องมาลงทะเบียน และมาฟัง Brief ที่นี่ เห็นมีคนขี่จักรยานมาเหมือนกัน ไม่รู้มาจาก Puerto del Carmen หรือเปล่า แต่ส่วนตัวแล้วขอนั่งรถมาดีกว่า ถ้าไม่เช่ารถขับเองอยู่แล้วก็มีรถบัสบริการรับส่ง นอกจากใครแรงเหลือจริงๆ เพราะทางที่มาทั้งขึ้นเขาและลมแรงใช่เล่น
Transition Area and Bike Check-in
ถึงคิวจะดูยาว แต่ Bike Check-in ที่นี่รวดเร็วมาก อาจเป็นเพราะ Transition Area ตรงไปตรงมา ไม่สับสน มีช่องกว้างตรงกลางช่องเดียว มี Rack อยู่สองข้าง และให้ใช้ทางออกตรงกลางเท่านั้น

Mass Swim Start!
หน้าหาด Playa Grande คือจุด Start/Finish คือจริงๆ แล้ว มีแต่เส้นชัย ที่อยู่บนถนนเลียบหาด ส่วน Transition Area ลงไปอยู่บนหาดทรายเลย ทราบมาว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ย้าย Transition ลงมา เข้าใจว่าเพราะถนนด้านบนค่อนข้างแคบ แต่อยู่ด้านล่างก็สะดวกดี กว้างขวางและไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเลี้ยวไปมา

ว่ายน้ำเป็นแบบ 2 รอบ ต้องขึ้นมาวิ่งผ่านพรมจับเวลา ทรายที่นี่ละเอียดนุ่มมาก ไม่ต้องกลัวติดเท้าเพราะติดแน่นอน ทรายละเอียดเหมือนแป้งแต่สีเทาๆ ดำๆ ติดแล้วไม่ระคายผิว แต่ก็ติดแบบปัดไม่ออก ต้องล้างและถูดีๆ ถึงจะหมด ตอนแรกกะว่าจะเตรียมน้ำมาล้าง สุดท้ายไม่ล้างมันเลยดีกว่า เพราะล้างยังไงก็ไม่หมด
ตอนปล่อยตัว แถวแรกเป็น Pro ตามมาด้วยหมวก AWA สีทอง ซึ่งได้สิทธิพิเศษให้ออกตัวด้านหน้าได้ แต่ถ้าใครเป็น AWA แล้ว ไม่อยากออกตัวข้างหน้า ก็สามารถเลือกไปออกตัวกับคนอื่นๆ ด้านหลังได้ ส่วน AG ชายหมวกส้ม กับ AG หญิงหมวกชมพู ให้เลือกออกตามสบาย มีป้ายบอกในคอกเป็นระยะๆ ตามมาตรฐาน คือตามเวลาที่จะว่ายจบ แถวหน้าสุดคือ พวกต่ำกว่า 1 ชม. ถัดไปคือ 1:00 – 1:10 ฯลฯ
ตอนออกตัวมือเท้าหนาแน่นกว่าสองสนามล่าสุดคือ ที่ 2017 IM Austria กับ 2017 IM Frankfurt มากๆ เพราะที่นี่เป็น Mass Start คือปล่อยพร้อมกันหมดเวลาถือว่าเริ่มพร้อมกัน จะเสียเวลาไปเล็กน้อยกับการเบียดคน กว่าจะเดินถึงน้ำก็ชนกันไปหลายตุ้บ

ข้อดีคือน้ำใส มากๆ ใสกว่าสระว่ายน้ำบ้านเราหลายๆ ที่ ใสจนเห็นปลาตัวโตๆ หากินอยู่บนพื้นทราย เห็นโขดหินใต้น้ำ เวลาจะว่ายตามเท้าใครก็เลือกได้เลย เห็นกันชัดมาก น้ำเย็นกำลังดี ประมาณ 19 C ถอด wetsuit ว่ายเล่นได้พักใหญ่ๆ ก่อนจะหนาว (ตามกติกาแล้วถ้าต่ำกว่า 24.5C อนุญาตให้ใส่ตอนแข่งได้)
ขึ้นจากน้ำ วิ่งไปเอาถึง Blue Bike Bag ที่ห้อยไว้ ตรงไปเต้นท์เปลี่ยนเสื้อผ้า มีถังน้ำล้างเท้ากับคนคอยช่วยทาครีมกันแดดให้ด้วย สำหรับเราคนไทยแดดแบบ Lanzarote นี้ไม่แสบ ไม่ไหม้ และไม่ดำ แต่จะได้สีผิวออกแทนๆ ถ้าเตรียม SPF50+ ไปเองก็ใช้จังหวะตอนนี้แหละ โปะๆ เข้าไป พร้อมกับลอก Wetsuit เสร็จแล้วก็ตรงต่อออกไปเอาจักรยานได้ สนามนี้จัด Transition Area ได้ตรงไปตรงมามากๆ ไม่มีงง
แข่งระยะ Ironman นี้ ถ้าใครถนัดใส่ชุดจักรยานจริงๆ รวมถึงรองเท้าปั่นจักรยานแท้ๆ แนะนำให้ยอมใช้เวลาเปลี่ยนเลย ไม่ต้องทนใช้ชุดไตรกีฬา หรือรองเท้าปั่นจักรยานที่ทำมาสำหรับการแข่งขันไตรกีฬาก็ได้ ถ้าไม่ถนัด รองเท้าจักรยานจริงๆ มีให้เลือกหลากหลายกว่า รองเท้าสำหรับการแข่งขันไตรกีฬาโดยเฉพาะมาก บางยี่ห้อก็ไม่ทำรองเท้าไตรกีฬาเลย ระยะนี้ขอแนะนำให้เน้นความสบายตัวเป็นหลักเลยค่าาา
ลม เขา ร้อน และทุ่งลาวา
ออกจากเมือง Puerto del Carmen ได้ก็ขึ้น ขึ้น ขึ้น ไต่ไปตามทางลาดยางเลนเดียวที่เรียกกันเล่นๆ ว่า Donkey Track ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นเนินคัดเกรด พวกถนัดไต่ดอยจะขึ้นปื๊ดๆ หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกช้าจะเหงื่อโทรมกายหายใจฟืดฟาด แล้วก็มักจะไม่ได้เจอกันอีกเลยตลอด 180 กม. ช่วงนี้ลมตีข้างขวาตลอด เหงื่อเหมือนไม่ออก แต่เข้าใจว่าออกมาก็แห้งไปหมด เพราะอากาศแห้งมาก

เส้นทางตอนแข่งจะมุ่งไปทางตะวันตกก่อน ถ้าดูจากในรูปข้างบนคือไปวงซ้ายสุดก่อน ชายฝั่งทะเลตรงนี้สวยมาก น้ำเป็นสีน้ำเงินเข้ม คลื่นลูกใหญ่มาก กระทบฝั่งแตกเป็นสีขาว แต่ลมก็แรงมากตามไปด้วย ลมตีข้างบ้าง เข้าหน้าตรงๆ บาง แต่มีลมตลอด
จากนั้นตามด้วยวงถัดมา ซึ่งถนนเป็นเส้นตรงสุดสายตา ผ่ากลางทุ่งลาวา ทวนลมเกือบตลอดทางก่อนจะหักลงใต้ ลงเขาลมส่งนิดๆ แล้วก็ได้เวลาขึ้นเหนือ จากในรูปคือเฉียงขวาไปวงด้านบน

ตรงนี้ขึ้น ขึ้น ขึ้น ไปถึงจุดสูงสุดของสนาม ซึ่งข้างบนหนาวกึ๋ย และทวนลมตลอด วงด้านบนมีช่วงลงเขาแบบ”โค้งเจ็ดพับ” บนทางสายสะเมิงด้วย แต่ยาวกว่าและทางกว้างกว่า ดีว่าให้ลงอย่างเดียว ส่วนพอเสร็จก็เป็นขากลับ กลับลงมาติ่งเล็กๆ ที่เป็นเส้นเดียว คือไปให้สุดแล้ว U-turn กลับตรงวงเวียนเอาดื้อๆ แล้วก็พุ่งกลับ Puerto del Carmen ไปวิ่งต่อได้
Elevation Gain รวมตลอดเส้นทางคือ 2508ม. ถ้าใครไปซ้อมที่เชียงใหม่ ปั่นรอบสะเมิง Classic จะได้ gain ประมาณ 1750 ม. ต้องไปขึ้นดอยสุเทพต่ออีก 1 รอบ ถึงจะพอดีกัน จำนวนรถ Tri Bike กับรถ Road Bike ในสนามนี้น่าจะใกล้เคียงกันมาก เพราะลมแรงมาก ถ้าน้ำหนักตัวไม่มาก ลง Tuck Position ไม่ได้ ใช้รถ Tri Bike ไม่ค่อยได้เปรียบคนตัวเบาๆ ที่สำคัญต้องเลือกล้อหน้าขอบต่ำนิดนึง
ช่วงที่จักรยานล้มคือกำลังเข้าวงเวียนสุดท้าย ก่อนเข้า Puerto del Carmen ใกล้ T2 มากๆ แล้ว แต่ใกล้โรงพยาบาลมากกว่า เลยไปเที่ยวโรงพยาบาลแทน อ้าวว
** ข้อมูลที่เหลือ ต่อจากนี้ไป มาจากนักกีฬาที่เหลือรอดไปเข้าเส้นชัยได้นะคะ **
ใน Transition Area คราวนี้ไม่ต้องเอารถไปแขวนเอง! ที่หัวแถวของ Rack จะมีอาสาสมัครคอยมองหมายเลขของเราอยู่ ถ้าเป็นหมายเลขที่จะต้องจอดในบริเวณที่เค้าดูแล เค้าจะช่วยเรียกด้วย ช่วยได้มากในจังหวะนี้เพราะสมองเริ่มเรียงเลขไม่ถูกแล้ว จำได้ว่ารถคันแรกที่หัวแถวเบาะเป็นลายธงชาติอังกฤษ แต่มันยังไม่กลับมา ดีว่ามีอาสาสมัครคอยเรียก ไม่งั้นวิ่งเลยไปแล้ววว
พี่หนุ่มแห่ง Runner’s Journey ไปแข่งเที่ยวนี้พร้อมอุปกรณ์การถ่ายทำเต็มพิกัด ไปขออนุญาต Race Director ด้วยตัวเองเลย ได้รับอนุญาตให้ถ่ายคลิปได้หลายช่วง ตามไปดูได้เลยนะคะ ปกติคลิประหว่างการแข่งขันหายากมาก เพราะเค้าไม่ค่อยอนุญาตให้ใครมาถ่ายง่ายๆ ถ้าไม่ได้ขอแล้วแอบถ่ายมีสิทธิ์ถูกจับ DQ เลยทีเดียว กล้อง Official ก็ตามถ่ายแต่พวกโปร นานๆ จะเห็นบรรยากาศของมนุษย์ทั่วไปแบบนี้ค่ะ
วิ่ง 1 Half กับ 2 Mini (3 lap, 1 ยาว + 2 สั้น)
คว้า Red Run Bag ได้ก็ตรงไปที่เต้นท์เปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลย สนามนี้ Transition มันตรงดีจริงๆ ไม่มีสับสน ถอด Helmet เปลี่ยนรองเท้าวิ่งขึ้นทางลาด ผ่านหลังเส้นชัยไป เหมือนออกแบบมาให้ได้กลิ่นเส้นชัยก่อน แว้บๆ
จากนั้นก็วิ่งบนทางเลียบหน้าหาดไปตลอด รอบแรก 20 กม. ตรงไปไม่ต้องคิดอะไร 10 กม. ผ่านปลาย Runway มีเครื่องบินลงข้ามหัวเป็นระยะๆ ถนนเลียบหาดมีร้านอาหารเกือบตลอดทาง เห็นคนนั่งกินเบียร์เย็นๆ แล้วมีกำลังใจ วิ่งจบเมื่อไรละน่าดู (คนเล่า เล่ามาแบบนี้ท่าทางจะหิวเบียร์มากกว่าหิวข้าว ซะละมั้ง) ผ่านจุดกลับตัวแล้วก็มาผ่าน Runway อีกรอบ ลมค่อนข้างแรง แต่ก็ทำให้ไม่ร้อน คนเชียร์ตลอดทาง ไม่หนาแน่นแต่ก็ไม่เคยเงียบ หลายคนตั้งใจเชียร์มาก ไม่ใช่แค่บังเอิญผ่านมา
ครบ 20 กม. แรก จุดกลับตัวอยู่ก่อนเส้นชัยแค่ 20 เมตร ใกล้กว่าที่ Hokkaido เรียกว่าใกล้แค่เอื้อม แต่ก็ขาดไป 22 กม. รับที่มัดผมสีเหลืองใส่ข้อมือได้ก็กลับตัว คราวนี้ตรงไปอีก 5.5 กม. (รอบ2) ก็ถึงจุดกลับตัว ไม่ต้องไปผ่าน Runway แล้ว
กลับถึงหน้าเส้นชัยคราวนี้ ได้มา 31 กม. แล้ว ได้แต่มอง นักกีฬาคนอื่นได้ตรงเพื่อเข้าเส้นกันแล้ว มีความอิจขั้นสุด (อย่าให้ถึงทีเราบ้างน้าา) ก้มหน้าก้มตารับที่มัดผมสีน้ำเงิน แล้วก็วิ่งออกไปใหม่ (รอบ 3 เหมือนรอบ 2 เล้ย) ช่วงนี้เริ่มมืดมากแล้ว กองเชียร์ในร้านอาหารก็ผ่านไปแล้วหลายแก้ว เสียงเชียร์มันเริ่มดังแบบอ้อแอ้ๆ กลับตัวแล้ววิ่งทางตรงสุดท้ายนี่ เริ่มมีวัยรุ่นฟุบอยู่ข้างทางละ สงสัยเพราะลิเวอร์พูลแพ้ไป 3 -1
ถึงหน้าเส้นชัย ทางที่เคยปิดก็เปิดกว้างเพราะอิทธิฤทธิ์ของที่มัดผมสองเส้นที่ข้อมือ เสียงประกาศชื่อดังมาแต่ไกล ช่วงนี้ใครเคยเข้าเส้นชัยหลังจากไปวิ่งเล่นมาสิบกว่าชั่วโมงจะรู้ว่ามัน ตื้นตันใจและที่สำคัญคือโล่งใจมาก
Paella, Roast Chicken, Beer & Ice cream
อาหารหลังแข่งอุดมสมบูรณ์มากๆ แต่เสียดายสมาชิกหายไปเกือบครึ่ง ที่เหลือเลยไม่มีใครเฮฮาฉลองแข่งจบ เก็บของแล้วโยกเยกกลับโรงแรมกันแบบเงียบๆ
สนามนี้ DNF เฉลี่ยประมาณ 11% แต่ปีนี้ ดีกว่าค่าเฉลี่ยเพราะเค้าว่ากันว่าอากาศดี ลมไม่แรงมาก แค่ 30 กม.ต่อ ขม. ! มี DNF แค่ 9% เท่านั้น
สรุป

สนามนี้วิวสวยมากๆ โดยเฉพาะเส้นทางจักรยาน ถ้าซ้อมไม่พอ หรือไม่แข็งแรง ขึ้นเขาไม่เก่ง สู้ลมไม่ได้ จะเจอทั้งลมและเขา อาจเห็นเวลาปั่นแตะ 8-9 ชั่วโมงเอาง่ายๆ
ว่ายน้ำกับวิ่งไม่ยากเกินไป น้ำใสมาก ถ้าโชคดีก็ไม่มีคลื่น ถ้าโชคร้ายจะมีคลื่นด้านข้าง ส่วนทางวิ่ง วิ่งได้ต่อเนื่องดี ไม่วนจนเวียนหัว สำหรับคนไทยเราตอนวิ่งไม่ต้องกลัวร้อน เพราะบ้านเราร้อนกว่าเยอะ อีกอย่างคือกว่าเราจะลงจากจักรยานก็บ่ายแก่ๆ แล้วไง 555
การเดินทางบนเกาะก็สะดวก ค่าเช่ารถไม่แพง Taxi ก็ไม่แพง สนามบินก็ทันสมัย ไม่แออัด ถ้าไม่ชอบใคร แนะนำให้ชวนมาแข่งให้สาสมเลยค่าาา
ปล.
From elite triathlete to elite paratriathlete in nine months
เรื่องของสาวใจเหล็ก Lauren Parker นักไตรกีฬาสาวชาวออสเตรเลีย ซึ่งเคยได้ที่ 2 ในรุ่นอายุที่ Kona ปี 2015 แต่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงขณะซ้อมจักรยาน สาเหตุจากยางจักรยานระเบิดพร้อมกันทั้งสองล้อ หลังหัก เป็นอัมพาตครึ่งตัวล่าง
ได้รู้เรื่องของเธอแล้ว ต้องนับว่าตัวเองโชคยังดีมากๆ เพราะอุบัติเหตุที่เกิดที่ความเร็วสูงนี่ เกิดเรื่องเศร้าหลายรายแล้ว เกิดได้ในเสี้ยววินาทีเดียวจริงๆ












